วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การสอนที่ไม่จัดลำดับจะทำให้เด็กขาดความกระตือรือร้นหรือเปล่า ?


 (ถามโดย  :  ร.ร.เทศบาล  2  จงบุรีรัมย์)
ครูใหญ่ตอบ :
 การได้อันดับสุดท้ยจะทำให้กระตือรือร้นหรือเปล่า  การทีในชีวิตเรียนมาไม่เตยได้อันดับหนึ่งอันดับสองทำให้คนนั้นกระตือรือร้นขึ้นหรือไม่  แรงจูงใจของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่การสร้างอันดับ  มนุษย์มีความปารถนาอยากจะงอกงาม  อยากจะประสบผลสำเร็จ  แต่มีพื้นที่มีโอกาสที่จะให้เขางอกงามประสบผลสำเร็จไหม  การสร้างอันดับ  อันดับหนึ่งจะมีคนเดียว  แต่ทีเหลือไม่ใช่อันดับหนึ่ง  พื้ที่ก็แคบมากการที่จะให้คนเกิดแรงจูงใจจากภายในแย่างแท้จริง 

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

เด็กจบ ป.6 ไปแล้ว เราได้ตามเด็กหรือเปล่า ?

(ถามโดย  :  สพท.หนองบัวลำภู)

ครูใหญ่ตอบ  :

                ไม่ได้ตาม
จากเมื่อเช้าผมให้ผู้ปกครองมานั่งคุยกันเขาก็จะสมัครมาเอง  สิ่งที่ผู้ปกครองกังวลมากทำยังไงเด็กที่นี้ออกไปแล้วจะแข่งขันกับข้างนอกได้  แต่ผมก็ไม่ตอบ  การให้คำตอบแบบผลีผลาม  จะทำให้ไม่เข้าใจ  แล้วคนนั้นหรือเด็กๆ ก็ตามถ้าได้คำตอบจากครูแบบผลีผลามเด็กๆ ก็จะไม่ผ่านกระบวนการคิดอย่างใคร่ครวญและเข้าใจด้วยตัวเอง  อันตราย  แล้วสุดท้ายเขาจะเป็นคนที่รอคำตอบ  รอคำสั่ง  รอว่าต้องการให้ทำยังไง  เวลาเขาเผชิญกับปัญหาที่ใหม่สดเขาก็จะจัดการไม่ได้เพราะเขาไม่มีความสามารถในการคิด  ผู้ปกครองเหมือนกันพอเจอปัญหานี้สิ่งที่ผมก็คือ  ผมก็เล่าไปเรื่อย  ผมเล่าว่าเมื่อวันเสาร์ที่แล้วครูประจำชั้นลูกชายผม  มีหนังสือแจ้งมาว่าลูกชายผมอาจจะได้เรียนซ้ำในวิชาบาสเกตบอล  ผมก็ไปนั่งฟังปัญหาว่าคืออะไร  เขาให้ขาดเรียนไม่เกินสี่ครั้งแต่ขาดเกิน  ก็แค่ฟังก็ไม่ได้บอก  ลูกชายก็ไม่สบายใจว่าพ่อทำไม่ไม่ดุ  พ่อไม่เอ่ยอะไรสักคำ  นั่งกินข้าวกันก็ไม่ได้บอกไม่พูดไม่ได้ตำหนิ  เฉยๆ ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น  ตื่นเช้ามาลูกชายก็โพสต์เข้ามาใน  Facebook  ของผมว่า  เคยรู้สึกบ้างไหมว่าบางครั้งเราล้มเหลว  ผมก็เฉยๆ ไม่ได้ตอบอะไร   เพราะสิ่งที่ผมทำยู่ผมไม่ได้เสื่อมศรัทธาต่อตัวเขาอันแรก  อย่างที่สองผมไม่ให้คำตอบอย่างผลีผลามเพราะผมต้องการให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตนเอง  เพราะเขาต้องแก้ปัญหาด้วยตนเอง  ยังไงผมก็ไม่เคยวิตกกังวลเลยเรื่องลูกชาย  เพราะผมรู้ว่าเขารักการอ่านมากๆ  มันน่าตกใจเพราะขณะที่ไปมีผู้ปกครองที่มีปัญหาด้วยกัน  แล้วมีเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ ม.5  แล้วมีเด็กผู้หญิงบางคนติด มส.  8  วิชา  แล้วคนที่มาแก้ก็เป็นพ่อ  ผมรู้สึกว่าเกิดอะไรขึ้น  ก็เลยนั่งคุยกันถึงปัญหา  มีเด็กผู้หญิงหลายคนอยู่ชั้น ม. 5  ใช้ชีวิตอยู่แบบครอบครัว  มีข้อมูลเยอะมากเด็กผู้หญิงมัธยมยอมขายตัว  กลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น  เด็กผู้หญิงบางคนไม่กล้ายกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรเพราะว่าของตัวเองเป็นเครื่องราคาถูกเพราะไม่ใช่ไอโฟน  ไม่ใช่ BB  เด็กผู้หญิงบางคนไม่กล้าออกจากหอพักถ้าไม่ได้ใช้เครื่องสำอาง  ทุกวันนี้มีหลากหลายและแพง  ถ้าไม่ได้ทาสิ่งเหล่านั้นไม่กล้าเดินออกไปไหน  ไม่มีกระเป๋าสะพายที่มียี่ห้อก็ไม่กล้าเดินออกไป  เราจะกลับไปแก้เขาได้ไหม  สังคมทุกวันนี้มันถูกวางสายพานไว้แล้ว  เราจะตกลงไปสายพานไหนเรามีความคิดไม่แข็งแกร่ง  ไม่มีความรู้สึกดีต่อตัวเอง  ไม่มีภาพพจน์ที่ดีต่อตัวเอง  ทำอะไรก็ไม่มั่นใจต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้  เพราะข้างในไม่แข็งแกร่งก็จะตกลงไปในสายพาน  ฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ในประถมกับอนุบาลผมมองว่าไม่ใช้ตัวความรู้  ความรู้เป็นอันดับรอง  ตัวสำคัญคือ  พื้นฐานความแข็งแกร่งของข้างใน  ผมกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเรากำลังทำสิ่งที่ให้เขารู้จักคิด  เผชิญปัญหาแล้วรู้จักคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง  มีความรู้สึกดีต่อตัวเอง  เห็นคุณค่าของการมีชีวิต  เป็นเรื่องยากเป็นนามธรรมมากแต่เป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญกับโลกวันข้างหน้า  อาจารย์รู้ไหมวันที่  21  เดือนธันวาคม  ค.ศ. 2012  จะเกิดอะไรขึ้นเป็นวันที่ระบบสุริยะจักรวาลโคจรรอบกาแล็กซี่ทางช้างเผือกได้ตรงจุดเดิมพอดี  250  ล้านปีมีครั้งหนึ่ง  มีนักวิทยาศาสตร์ออกมาพูดกันเยอะ  เขาบอกว่านอกจากจะโคจรครบรอบกาแล็กซี่แล้ว  ในจังหวะนั้นเองจะเป็นจังหวะที่ดวงอาทิตย์จะหันด้านที่เป็นจุดอ่อนมาตรงกับโลก  ตรงที่เป็นจุดอ่อนมันเป็นที่ระบายความร้อนก็จะพวยพุ่งเปลวออกมา  ก็จะมีลมสุริยะที่มีความรุนแรงมาก  สามารถทำลายคลื่นแม่เหล็กที่อยู่รอบโลกได้  คือถ้าแม่เหล็กหายชั้นบรรยากาศก็จะหายไปด้วย  ทุกอย่างก็เป็นไปได้  แต่จริงๆ ไม่รู้  เราก็ต้องรอว่าวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้น  แต่ทายได้เลยว่าเด็กๆ ที่อยู่กับเราที่อยู่โรงเรียนตอนนี้อีกสิบปีข้างหน้าจะเผชิญปัญหาที่ไม่เหมือนเราในตอนนี้  แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  รู้ไหมว่าบางคนทุกวันนี้ไม่มีความรู้สึกต่อกับฤดูกาล  ชีวิตไม่เกี่ยวกับฤดูกาลแล้วทุกวันนี้  บางคนไม่มีความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับฤดูหนาว  ฤดูร้อน  ฤดูฝน  ทุกคนถูกสายพานของสังคมเกี่ยวไป  ไปเรียนในเมืองเรียนจบใช้ชีวิตในเมืองทำงานออฟฟิต  ไปทำงานแต่เช้ากลับเย็น 
สำหรับเรื่องลูกชายผมจะไม่ให้คำตอบแบบผลีผลาม  ผมจะให้เขาได้ใคร่ครวญกับปัญหา  แต่สิ่งหนึ่งที่ผมให้ได้คือ  ความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข  ไม่ใช่ว่าต้องสอบแพทย์ได้พ่อจึงจะรัก  เป็นแบบนั้นแบบนี้  เป็นแบบเขานั้นแหล่ะ  แต่เราประคับประคองให้เขาไม่ทำร้ายคนอื่น 
สตีฟ จ๊อบ    คนที่คิดไอโฟน  คิดโปรแกรมแม็กอินทอช  ในโรงพิพม์จะใช้  ทำไมเราไม่ใช้แต่ในโรงพิมพ์ใช้  เพราะเขาจบวิชาเดียวตอนเรียนมหาลัย  เรียนไม่จบถูกไล่ออก  จบวิชาเดียวคือการออกแบบตัวอักษร  และในเครื่องแม็กอินทอชเก่งเรื่องเดียวคือการออกแบบตัวอักษร  แต่เขาทำเรื่องนั้นเรื่องเดียวจดจ่ออย่างยาวนาน  ใครก็ตามในโลกนี้ถ้าอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะต้องทำและคลุกคลีอยู่กับเรื่องนั้น  จดจ่ออยู่กับเรื่องนั้นถึง  10,000   ชั่วโมง 

โรงเรียนบอกว่างบประมาณไม่ค่อยมี แต่พอมาดูบริบททำไมจึงได้โอ่โถง สื่อต่างๆ ทำไม่มีพร้อม ?

(ถามโดย  :  สพท.หนองบัวลำภู  เขต 1)


ครูใหญ่ตอบ  :  ใช้ให้มีคุณภาพ  ใช้ให้มีประสิทธิภาพ  ไม่มีรั่วไหล  โรงเรียนรัฐบาลต้องจ่ายรายหัวต่อคนต่อปี  ประมาณ  33,500  บาท/คน/ปี  ส่วนใหญ่เป็นค่าเงินเดือนครู  ที่เหลือก็เป็นค่าอื่นๆ ของเราค่าทุกอย่างต่อคนต่อปี  36,000  บาท/คน/ปี  ที่สำคัญคือใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่า  มีหลายอย่างที่เราพยายามควบคุมปัจจัย  เช่น  ที่นี้ไม่มีสหกรณ์ร้านค้าให้เด็กซื้อของ  เหตุผลมีสำคัญด้วยเพราะสหกรณ์ส่วนใหญ่ไม่ได้สอนความเป็นสหกรณ์แต่สอนเรื่องการจับจ่าย  และสิ้นค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยไม่จำเป็น  เราพยายามจัดอาหารให้เพียงพอ  ทั้งปริมาณและคุณค่า  อย่างน้อยผมมั่นใจว่าเด็กที่มาโรงเรียนนี้ถึงเขาไม่ได้กินอาหารมาหรืออาหารเย็นไม่มีกิน  เพราะมีเด็กจำนวนเยอะที่อยากจนไม่มีพ่อแม่อยู่กับตายาย  ทุกอย่างที่ทำที่นี้ผ่านการคิดอย่างละเอียดลออ  คิดอย่างมีความหมาย

จำเป็นไหมที่จะคลุกคลีกับผู้ปกครองหลังเลิกเรียนเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ?

(ถามโดย  :  สพท.หนองบัวลำภู เขต 1)


ครูใหญ่ตอบ  : ไม่จำเป็น  ทำไมเราจัดการเด็กได้โดยที่เราไม่ใช่อำนาจ  นั้นเพราะครูกับเด็กสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มีต่อกัน  เด็กเขารับรู้ได้ว่าครูทำด้วยความจริงใจที่มีต่อเขา  เหมือนกันกับผู้ปกครอง   แต่สิ่งที่เราสื่อเราชัดเจนมาก  แต่ความเข้าใจผิดมีเยอะ  วิธีการตอบโตความเข้าใจผิดคือ  ไม่ต้องตอบโต้  วิธีประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือทำดีทำให้ลูกเขางอกกงาม  แล้วลูกเขาจะประชาสัมพันธ์สิ่งนั้น

การจัดการเรียนการสอนแบบลำปลายมาศพัฒนามีปัญหาบ้างหรือเปล่า เช่น การอ่านออก เขียนได้ หรือคณิตศาสตร์ ฯลฯ ?

(ถามโดย :  สพท.หนองบัวลำภู เขต 1)



ครูใหญ่ตอบ  :  เราทำควบคู่กันไปเพราะคณิตฯและภาษาเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้  เรากล้าพูดได้เลยว่าในโรงเรียนนี้ไม่มีใครอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตั้งแต่ชั้น ป.1-6  ยกเว้นอนุบาล  เพราะอนุบาลไม่สอนอ่านออกเขียนได้  ขี้เหร่ยังไงทุกคนต้องอ่านออกเขียนได้และคณิตศาสตร์ต้องได้  แต่ได้แบบเรา  คำว่าได้แบบเรามีความหมายมาก   เพราะวิธีการสอนคณิตศาสตร์ของเราไม่ได้มุ่งแบบที่ท่านเห็นเรามุ่งเรื่องทักษะจริงๆ   ทักษะการมองเห็นภาพ  ทักษะการมองเห็นรูปแบบของคณิตศาสตร์  ทักษะการแก้ปัญหา  ไม่ใช่การคิดเลข  การคิดเลขเป็นเรื่องรองๆ  การเข้าใจจริงๆ  ถามว่ามีปัญหาอ่านออกเขียนได้ไหม  จึงไม่มีปัญหาเพราะเราทำควบคู่กันไป  เราแยกสามวิชาออกมา  ก็มีภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ  คณิตศาสตร์

วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

เมื่อได้ครูแล้วการพัฒนาครูของลำปลายมาศพัฒนามีวิธีการอย่างไร ?

(ถามโดย  :  สพท.หนองบัวลำภู เขต 1)


ครูใหญ่ตอบ  :  การพัฒนาครูก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  แต่ต้องเป็นเรื่องหลักที่ผู้บริหารทุกคนต้องใส่ใจ  ไม่ใช้หน้าที่ของเขตพื้นที่โดยตรง  ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงโดยตรง  แต่เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องเป็นผู้นำที่ต้องชี้ทิศทางเรื่องเป้าหมาย  ชี้ทิศทางเรื่องทักษะ  ถ้าครูทุกคนสามารถมองเห็นทิศทางมองเห็นว่าหลังภูเขาเป็นอะไร  โรงเรียนนั้นก็จะไปได้
        มีหลายอย่างในการพัฒนาครู  จริงแล้วสิ่งที่เราทำสิ่งที่เราเห็นส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ทักษะ  ซึ่งถ้าจะให้พูดถึงเรื่องการพัฒนาครูเรื่องทักษะเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด  ทำได้รวดเร็วที่สุด  แต่ว่าเรื่องทักษะเหมือนกับการสอนให้คนไม่รู้จักคิด  เพราะเป็นการชี้นำวิธีทำเลย  แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราพัฒนาครูให้เห็นเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษา  มีจิตวิญญาณของความเป็นครู แค่ทำสองอย่างนี้ทักษะครูเขาจะไปขวนขวายหาเอง  อย่างกระตือรือร้น  อย่างมีความหมาย  อย่างใช้ประโยชน์ได้จริง  เพราะฉะนั้นการมุ่งไปสู่การพัฒนาจิตวิญญาณของครู  หรือการมองเห็นเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ  แต่เราต้องไม่ลดละ  เพราะเมื่อไหร่ที่เราได้ครูที่ดี  ดีคือจิตใจดี  เข้าใจเด็ก  เข้าใจความเป็นครู  เราจะได้เด็กทั้งห้องดี  แต่ถ้าเราได้ครูที่มีทักษะในการสอนเก่งหรือการออกแบบการเรียนการสอนเก่ง  ก็ไม่แน่ว่าเราจะได้เด็กทุกคน  ถ้าเราอยากได้เด็กทุกคนเราพัฒนาเรื่องจิตวิญญาณของครู

คัดเลือกครูอย่างไร ?

(ถามโดย  :  สพท.หนองบัวลำภู เขต 1)


ครูใหญ่ตอบ  :  คัดเลือกด้วยการสัมภาษณ์  คัดเลือกไม่สำคัญ  ไม่สำคัญด้วยประการทั้งปวงด้วยวิธีไหนก็ไม่ถือว่าดี  แม้แต่วิธีการสอบของรัฐก็ไม่ถือว่าดี  การสัมภาษณ์ของผมก็ไม่ถือว่าดี  เพราะขณะที่สัมภาษณ์คุยกันไม่กี่ประโยค  เห็นกันไม่กี่นาที  ไม่สามารถเข้าใจกันได้  ข้าราชการทดลองงานสองปี  แต่ขณะที่อยู่ด้วยกันสองปี ของเราทดลองงานหนึ่งปี  ในหนึ่งปีเราทำอะไร  ราให้ความสำคัญกับการพัฒนาจริงไหม  หรือส่งไปอยู่บางชั้นแล้วก็ให้เผชิญหน้ากับปัญหาเอง  ผ่านปีหนึ่งก็หยวนๆ ผ่านไป  ผ่านไปสองปีก็บรรจุให้  แล้วก็เผชิญชะตากรรมความเป็นครูเอาเอง  เราก็คาดหวังอะไรไม่ได้มากมันขึ้นอยู่กับความน่าจะเป็น  เพราะฉะนั้นมุมมองของผมการคัดเลือกจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่การพัฒนาเป็นเรื่องใหญ่

เริ่มต้นของการทำโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา คุณครูที่มาสามารถจัดการเรียนการสอนในแนวการบูรณาการได้เลยหรือไม่ แล้วถ้ายังไม่ได้มีวิธีการพัฒนาครูอย่างไร ?

(สพท.หนองบัวลำภู เขต 1)


ครูใหญ่ตอบ  :  ครูที่มาก็มาใหม่ทำอะไรก็ยังไม่เป็น  ผมก็ทำอะไรไม่เป็น  ตอนผมอยู่โรงเรียนรัฐก็ทำอะไรไม่เป็น  ตอนเป็นผู้บริหารโรงเรียนรัฐก็ทำอะไรไม่เป็น  เขาให้ทำอะไรก็ทำอย่างที่เขาให้ทำ  พอลาออกจากโรงเรียนของรัฐ  คือผมเป็นครูในราชการห้าปีก็ทำอะไรยังไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่  ทำเท่าที่เขาให้ทำ  พอเขามีโครงการทำโรงเรียนนี้มาสมัครเขารับก็ลาออก  มาเริ่มทำงานปีแรกยังไม่มีครู  ยังไม่มีสิ่งก่อสร้างเป็นที่ดินว่างเปล่า  จากที่ทำอะไรไม่เป็นพอให้เผชิญปัญหาใหม่  โจทย์มีข้อเดียวคือ  อยากได้โรงเรียนดีๆ อยากได้โรงเรียนที่เป็นตัวอย่าง  ก็มาเริ่มคิดที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง  ก็มานั่งดูเจตนารมของการปฏิรูปการศึกษารอบที่หนึ่ง  ซึ่งผมก็อยู่ในช่วงนั้นด้วย  มานั่งดู   พรบ.การศึกษาปี 42  มานั่งดูหลักสูตรเจตนารมของหลักสูตรชัดเจนมาก  เจตนารมของทุกอย่างชัดเจนมากที่ต้องการให้มีการจัดการเรียนการสอนเป็นแบบบูรณาการ  เจตนารมชัดเจนมากที่ต้องการให้มีการประเมินตามสภาพจริง  แต่ครูไม่ทำตามเจตนารมนั้น  ผมก็เลยเริ่มจากตรงนั้นแล้วก็มาคิดว่าจะทำยังไงที่จะให้ทำได้ดังเจตนารมซึ่งดี  ทำได้แล้วดีต่อเด็ก พอรับครูช่วงแรกมาก่อนหกเดือน  ผมก็พัฒนาครูเอง  ก็ไปดูที่นั้นที่นี้บ้าง  ก็หยิบเอาสิ่งที่มันเป็นของจริงไม่ใช้สิ่งที่เป็นของเทียมหลอกลวง  คือบางอย่างมันเป็นแค่ภาพลวงตามันไม่ใช้ของจริง
                     ปีแรกทำบูรณาการแต่เน้น storyline   ทำจริงๆ ล้มเหลวรู้สึกว่ามันไม่ได้ผล  ปีที่สองยังใช้แนวบูรณาการอยู่  ที่มันไม่ได้ผลเพราะเด็กไม่ได้ลงมือทำจริงๆ ก็เลยเอาบูรณาการโดยโครงงาน  ปีที่สามเราเข้าใจปัญหาการศึกษาคือคนมีความคิดอ่อนแอ  คนมีความคิดอ่อนแอคอยแต่จะทำตามความรู้  คำตอบที่มีคนอื่นคอยคิดให้   พอเห็นปัญหานี้ปีที่สามก็เลยบูรณาการด้วย  ใส่โครงงาน  ใส่การคิด  ซึ่งคิดหลากหลาย  ให้เด็กมีความสามารถในการคิด  แล้วปีที่สี่พอมันแน่นเราพูดถึงเรื่องการสอนที่มุ่งสู่ความเข้าใจเรามุ่งตัวที่ใหญ่กว่า  Backword design  ที่กระทรวงเริ่มทำปีที่แล้ว  มันเป็นส่วนหนึ่งของ  Teaching for Understanding  ซึ่งเราทำมาก่อนหน้านี้แล้วสีปี 
                    เพราะฉะนั้นรูปแบบการออกแบการเรียนรู้การออกแบบหน่วยพอหลักสูตร  51  ออกมามีแนวปฏิบัติที่ให้ทำมันจึงพอดีกับสิ่งที่เราทำ และมันหน้าสนใจมากตรงที่หลังจากที่เราทำมาจนถึงทุกวันนี้มันก็พอที่จะพบแสงสว่างว่าวิธีการที่เราทำอยู่นี้  เป้าหมายที่เราทำอยู่นี้มันชัดเจนขึ้นเรื่องการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาในรูปแบบของโรงเรียน  พอเราพูดถึงเรื่องการศึกษาเราอย่าคิดว่ามันมีเฉพาะรูปแบบของโรงเรียน  แต่ที่เราทำเฉพาะรูปแบบของโรงเรียน  มันเริ่มเห็นอะไรที่ชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างเข้าร่องเข้ารอย

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

วิธีสร้างให้คนเห็นคุณค่าในตัวเองลำปลายมาศพัฒนาทำอย่างไร ?

(ถามโดย  :  ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ  :  วิธีการสร้างคุณค่า
อย่าเปรียบเทียบเขา  เพราะเมื่อไหร่ที่เปรียบเทียบคนที่ถูกเปรียบเทียบว่าด้อยค่ากว่าจะรู้สึกว่าไร้ค่า  แล้วเวลาเปรียบเทียบจะมีคนชนะคนเดียวที่เหลือจะแพ้  และขณะเปรียบเทียบเราทำร้ายทั้งสองคนทั้งเปรียบเทียบที่ยอดเยี่ยมและขี้เหร่  ยอดเยี่ยมก็เพิ่มความอหังกาให้เขา  ขี้เหร่ก็ทำลายความรู้สึกดีต่อตัวเองให้เขา
ลดคำพูดด้านลบ  ฉายา  คำดุด่า  เราก็เป็นคนเราก็ไม่ต้องการให้ใครมาด่าเรา  เขาก็เป็นคนเขาก็ไม่ต้องการให้ใครมาด่าเขา
อย่าสร้างความกลัวอย่างไร้เหตุผล  เดี๋ยวเธอสอบตก  เดี๋ยวครูไม่ให้เลื่อนชั้น  นี้คือความกลัวอย่างไร้เหตุผล  ชีวิตเธอจะล้มเหลวถ้าไม่ตั้งใจเรียน
อย่าใช้ความรุ่นแรงเพราะเราไม่ใช่สัตว์  คนที่ใช้ความรุนแรงคือประเภทสัตว์ไม่ใช่คน
สร้างสิ่งเหล่านี้
                บรรยากาศการเรียนรู้  คำนี้กว้างแต่บรรยากาศการเรียนรู้มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าสิ่งแวดล้อม  อาคารสถานที่ก็คือ สัมพันธภาพที่ดี  เมื่อไหร่ที่ครูกับเด็กสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน  บรรยากาศการเรียนรู้จะเกิดขึ้นความเท่าเทียมจะเกิดขึ้น
                สร้างภาพพจน์ด้านบวก   (ยกตัวอย่างไมเคิล)  เกิดอะไรขึ้นกับเขา  เขาไม่ชอบตัวเองเพราะคนอื่นไม่ใช่เพราะตัวเขา  เพราะอยู่ๆ คนๆ หนึ่งจะลุกขึ้นมาไม่ชอบตัวเองเป็นไปไม่ได้  คนหนึ่งเกิดมาบนโลกมีคนปรามาสตลอดเวลา ดูถูก เย้ยหยันเหยียดหยันว่าด้อยค่าตลอดเวลาเขาจะรู้สึกอย่างไร
                ให้ความรัก  ให้พลัง  ยิ้ม  ชื่นชม  โอบกอด  ทุกท่านเป็นคนทำได้แน่นอน
มันไม่อยากอะไรเลยไม่ต้องไปอบรมที่ไหนไม่ต้องเอาทฤษฎีมาจับ  ไม่ต้องมีเทคนิคอะไร  ใช้ใจอาจารย์วัดเอา 

ห้องเรียนคุณภาพ คิดเชิงบวกโรงเรียนของรัฐมีมานานแล้วแต่ลงไปในการปฏิบัติยังไม่ได้ แต่พอมาดูของลำปลายมาศพัฒนาทึ่งมากในส่วนที่ท่านลงสู่การปฏิบัติ อยากถามว่าเราโรงเรียนรัฐอยากไปเริ่มต้นเหมือนที่นี้จะเริ่มอย่างไร ?

(ถามโดย  :  ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ  :  ห้เข้าใจชีวิต  บางที่เราอาจจะใช้เวลาตลอดชีวิตก็ได้แต่เราก็ยังไม่เข้าใจชีวิต  แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้ว่าเรามีชีวิตเพื่ออะไร  เราจำเป็นต้องตายนะ   เรารู้ว่าเรามีความหมาย  ถ้าเราเข้าใจชีวิตเราจะมองเห็นชีวิตเขาด้วย  เพราะว่าสุดท้ายรู้ไหมว่าเป้าหมายสูงสุดของชีวิตแต่ละคนจะเหมือนกันคือหาความสุข  แต่วิธีการหาความสุขของเราอ้อมไกล  โดยการพยายามตั้งใจเรียนให้เก่งสอบได้อันดับต้นๆ เข้าเรียนมหาลัยดังๆ เรียนคณะดีๆ แล้วได้งานที่ยอดเยี่ยม  ได้เงินเดือนสูงๆ มีทรัพย์สินเยอะๆ เพราะหวังว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เรามีความสุข  แต่สุดท้ายเชื่อไหมครับว่าคนที่ล้วงลงในกระเป๋าแล้วมีเงินเป็นปึกอาจจะไม่มีความสุขเท่าเราก็ได้  ถ้าเราเข้าใจตรงนี้เราจะมองเห็นชีวิตของแต่ละคนเด็กๆ ที่อยู่กับเรา  ผมดูหนังเรื่องหนึ่ง  เป็นเรื่องราวของอัจฉริยะคนหนึ่งเก่งทางคณิตศาสตร์มาก  แต่ไม่สามารถแสดงความเก่งนั้นออกมา  เขารับจ้างเป็นภารโรงในมหาลัย  มีอาจารย์คณิตศาสตร์ในมหาลัยได้รางวัลโนเบล  แล้วเขาก็เขียนโจทย์คณิตศาสตร์ให้นักศึกษาที่เรียนกับเขา  โจทย์ข้อนั้นไม่มีนักศึกษาคนใดทำได้เลยแต่ภารโรงคนนี้ทำได้  แต่เข้าจะปกปิดตัวเองไม่บอกใคร  อาจารย์ท่านนั้นก็สืบรู้ว่าคือใคร  แต่รู้ไหมว่าสิ่งที่เขาทำคืออะไรทุกครั้งที่มีคนเข้าไปหาเขาเขาจะปฏิเสธก่อน  มีคนเสนอสิ่งดีให้อาจารย์ท่านนี้เสนอสิ่งดีให้มาเรียนกับเขา  มีคนเสนองานให้เขาก็ปฏิเสธ  มีผู้หญิงมารักเขาก็ปฏิเสธก่อน  แต่ในเรื่องนั้นผู้ชายคนนี้ถูกทำร้ายตอนเด็กๆ ด้วยพ่อเลี้ยง  วิธีทำร้ายของพ่อเลี้ยงพอเมามาก็จะวางของไว้บนโต๊ะ  มีประแจปากตาย  ไม้เรียว  เข็มขัด  ให้เขาเลือกว่าจะถูกทำโทษด้วยสิ่งใด  ทุกครั้งเขาจะเลือกประแจปากตาย  สิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเขาโตขึ้นคือ  เขาจะปฏิเสธคน  ปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขาเพื่อปกป้องพื้นที่ปลอดภัยนั้นเอง  นั้นหมายความว่าความสามารถศักยภาพที่พิเศษของเขาไม่ได้ถูกใช้เลย  ไม่มีความหมายเลยเพราะ  การมีชีวิตของเขาคือการปกป้องพื้นที่ส่วนตัว  เป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ที่ความเลิศเลอ  เด็กที่มาอยู่กับเราทุกคนเชื่อไหมว่าเขาไม่ได้อยากมา  ทั้งหมดไม่ได้อยากมา  แต่ด้วยระบบบังคับให้เขามา  ด้วยเงื่อนไขความคาดหวังบังคับให้เขามา  เมื่อเขาไม่ได้อยากมากับเรา  สิ่งที่เราทำกับเขา  กลับทำอยู่บนพื้นฐานที่เราต้องการอีกครั้งหนึ่ง  โดยที่ไม่เคยสนใจเลยว่าเขาจะมีความรู้สึกนึกคิดยังไง  โดยมีความฝันความปรารถนายังไง  พอเราหวังอะไรเราก็ใส่เข้าไปด้วยวิธีการของเรา  กลายเป็นว่าวิธีปฏิบัติของเรากับเขาไม่ได้ตรงกัน  ความทุกข์เกิดขึ้นคนประสบผลสำเร็จก็มีน้อย  น้อยลง  กลายเป็นทำร้ายเขามากขึ้น  วิธีที่ทำได้ที่จริงง่ายมากเลยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือไม่ต้องไปอบรมที่ไหนเพราะมันอยู่ในใจเราทุกคนอยู่แล้ว  ให้ทุกคนมีคุณค่าสมกับที่เขาเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับเรา  ถ้าสามารถให้เด็กทุกคนรู้สึกได้ว่าเขามีคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่ากับเรานั้นท่าทำได้ยอดเยี่ยมมาก 

คล้ายๆ ว่าลำปลายมาศพัฒนาจะสร้างมนุษย์ให้มีความเท่าเทียมกัน นักเรียนมาจากไหน ถ้ารับมากหว่านี้ได้ไหม?

(ถามโดย : ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ  :  ไม่เชิงว่าเท่ากันแบบนั้นแต่ต้องการตัดเสื้อให้พอดีตัว  ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องได้เสื้อตัวเท่ากัน  การที่เรารับเด็กเท่านี้เพราะเรามีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ  เราต้องหาเงิน  เราให้เด็กเรียนฟรี  32  คน/ห้อง  ก็ต้องการให้เห็นว่ามันเป็นไปได้  ไม่ใช้จะเป็นไปได้ต้อง  15  หรือ  20  เด็กเรา  70%  เป็นลูกชาวไร่ชาวนาอยู่กับตายาย เด็กประมาณ 40 คน  ไม่มีพ่อแม่อยู่กับคนอื่น

โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาและโรงเรียนอื่นๆ ได้มาทำกิจกรรมร่วมกันบ้างหรือเปล่า ?

(ถามโดย :  ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ :  ก็มีบ้างแต่ไม่เยอะ  เราเคยไปร่วมกิจกรรมกีฬากลุ่มครั้งหนึ่งเขตจัด  ช่วงสองเดือนนั้นเราเสียกระบวนท้าหมดเลย นัดแข่งสิบโมง  เราก็ไปสิบโมงแต่ได้แข่งจริงๆ บ่ายสองเด็กทั้งห้องก็จะไม่ได้เรียน  มันกลายเป็นว่าสิ่งที่ไร้สาระมากเกินไป เวลาจับจริงๆ ก็ได้แต่ขนไม่ได้แก่นมัน  อย่างการประกวดประชันความสามารถของเด็กเหมือนกัน  แก่นมันดีมากก็คือ  ให้สร้างบรรยากาศที่จะกระตือรือร้นที่จะยกระดับศักยภาพทางวิชาการ  แต่เราไปติดที่รางวัล  ติดที่ชัยชนะ  ติดที่ชื่อเสียงที่จะได้กับครู  ซึ่งเป็นขนมันทั้งนั้น  คุณครูแทนที่จะได้สอนเด็กในช่วงนั้นกลับมานั่งติวเด็กมานั่งซ้อมเด็กเพื่อจะเข้าไปประกวดประชันแข่งขันและสุดท้ายสิ่งที่มีค่าก็สูญไปได้สิ่งที่ไม่มีค่ามาแทน  ไม่ใช่เรารังเกียจเรายินดีมาก  เพราะถ้าเราโรงเรียนอื่นจะมาเราก็พร้อมทำ  บางทีเขาไม่มาเราก็เชิญไป  ช่วงปิดภาคเรียนเดือนตุลาคมเด็กๆ ก็ปิดครูเรายังอยู่ต่อก็เชิญชวนนักเรียนทั่วประเทศมาอยู่กับเราก็มีมาเยอะทั่วทุกภาค  ก็พยายามมองอะไรที่มันเอาแก่นสารมากกว่า

วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

เทคนิควิธีการของผู้สอนให้เด็กพร้อมที่จะเรียนรู้ ?

(ถามโดย :  ครูโรงเรียนหนองยายหมาด จ.ชลบุรี)


ครูใหญ่ตอบ  :  วิชาจิตศึกษาที่เราพัฒนาขึ้น  ไม่ใช่แค่คลื่นสมอง  เป็นการเรียนรู้ที่อยู่กับธรรมชาติอย่างอ่อนน้อม  ทำไมเราสอนเด็กอนุบาลเรียกทุกสิ่งทุกอย่างว่าพี่  พี่ต้นไม้  พี่ใบไม้  พี่แก้วน้ำ  พี่ของว่าง  เรากินพี่ของว่างของว่างเป็นเรา  เราเป็นพี่ของว่าง  มันเชื่อมโยงกัน  อยู่อย่างนอบน้อม  เข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ อย่างเป็นองค์รวม  นี้เกิดขึ้นจริงในโรงเรียน  ผมเดินคุยกับเด็ก ป.1 กำลังกินข้าววันนั้นกินต้มยำไก่และผัดบวบใส่ไข่  ผมบอกวันนี้โชคดีมากเด็กได้กินอาหารจากทะเล  เด็กๆ เขี่ยกันใหญ่เพื่อดูว่าอะไรมาจากทะเล  โชคดีมากมีเด็กคนหนึ่งตอบได้น้ำแกงมาจากทะเล  น้ำทะเลกลายเป็นไอจับกันเป็นเมฆ  เมฆลอยมาแล้วตกเป็นฝนลงในแม่น้ำไหลมา  ป้าก็เอาน้ำมาทำเป็นน้ำแกง  เป็นการเห็นความสำพันธ์  ทำให้ตัวตนเล็กลง  ตระหนักและรู้คุณค่าของสิ่งต่างๆ โดยไม่มีอคติ  ทำไมเราไม่เปรียบเทียบคนสองคน  เราระวังมากไม่เปรียบเทียบคนสองคน  เพราะนั้นเราใช้เกณฑ์เราวัดว่าสิ่งนั้นดีไม่ดี  แต่ก็มีวิธีสอนให้เขารู้จักด้วยตัวเองว่าอะไรควรไม่ควร  มีความรักอันยิ่งใหญ่  มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม  ทำไมไม่เห็นเด็กเราเตะต้นกล้วย  ขีดเขียนผนัง  เข้าถึงแก่นแท้ของชีวิตและความหมายของการมีชีวิตอยู่อันนี้คือสูงสุดที่เราอยากได้  ถ้าคนเข้าใจว่ามีชีวิตอยู่ทำไมจะตายตอนไหนคนจะไม่ทำลายสิ่งอื่นรอบตัว  จิตศึกษาก็จะประกอบไปด้วยจักรวาลวิทยา  ความรู้เกี่ยวกับจักรวาล  การกำเนิดโลกการกำเนิดชีวิตต่างๆ ตัวหนอน  กิ้งกือ  นิเวศน์แนวลึกศาสตร์ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ลึกๆ   ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่มองไม่เห็นระหว่างผมกับอาจารย์มีสิ่งที่ดึงดูด  มีสิ่งที่มีพลัง  มีสิ่งที่ซ้อนอยู่แต่มีความหมาย  สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าแต่มองไม่เห็นที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผมกับอาจารย์  เป็นคุณค่าทางจิตใจที่มองไม่เห็นแต่มีจริง  พิธีกรรมบางอย่าง  พิธีกรรมทางศาสนาก็ช่วยได้  สติ  คลื่นสมองจะมาตรงนี้แล้ว  ทำยังไงจะทำให้เด็กมีสติ  รอยเท้าทำไมเต็มไปหมดเลย  เด็กเห็นรอยเท้าก็จะรู้สึกกระวนกระวาย  ชั่วระยะหนึ่งจะทำให้เกิดการคงสมาธิ  ปัญหาของเด็กตอนนี้ส่วนหนึ่งคือมีสิ่งเร้ารอบตัวที่น่าสนใจเยอะเกินไปทำให้เขาจดจ่อได้ไม่นาน  การจะนั่งอ่านหนังสือนิ่งๆ ได้ไม่นานเพราะในทีวีมีภาพที่น่าสนใจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา  ในคอมพิวเตอร์มีทุกสิ่งทุกอย่าที่ค้นหาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา  สิ่งสนใจเยอะมากภาวการณ์จดจ่อหรือการคงสมาธิสั้น  จะมีปัญหาต่อการเรียนรู้เพราะความเข้าใจลึกๆ จะต้องอาศัยการจดจ่อ  เราคิดบางอย่างใคร่ครวญบางอย่างระยะเวลาหนึ่งแล้วเราจะเข้าใจมัน  แต่คิดแป๊บเดียวเราจะไม่เกิดการใคร่ครวญอย่างแท้จริง  ดนตรีศิลปะการละคร  กิจกรรมทางสังคม  จิตอาสา  ไดอะล็อก  เรื่องนี้เป็นศาสตร์หนึ่ง  ของไทยเรามาแปลเป็นสุนทรียะสนทนา  ก็เป็นศาสตร์การสนทนากันที่เน้นการฟังอย่างมีคุณภาพ  พูดง่ายแต่ทำยากแต่ถ้าทำแล้วทำได้เลย  ปลีกวิเวกบางทีเราให้เด็กได้อยู่เพียงลำพัง  เพราะการอยู่ลำพังมีผลต่อการต่อฟอร์มรูปจิต  โปรแกรมจิตเหมือนการสะกดจิต  แต่โปรแกรมจิตอยากให้เขาโน้มเอียงไปทางไหนภาพพจน์ที่ดียังไง  และหลักสูตรซ้อน  เหล่านี้เป็นจิตศึกษา

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  หนังสือ โรงเรียนนอกกะลา  เขียนโดย  วิเชียร  ไชยบัง

เราเห็นความกล้าหาญของที่นี้ที่กล้าจะเปลี่ยน แต่ก็ปฏิเสธสังคมไม่ได้ ท่านเชื่อได้อย่างไรว่าเขาจบออกไปแล้วจะมีงานทำ จะสมบูรณ์อย่างที่เป้าหมายขอ ลำปลายมาสพัฒนาตั้งไว้ มีความเชื่อขั้นสุดท้ายอย่างไรว่ามันจะสำเร็จได้นะตรงนั้น ก็เห็นความสอดคล้องจากที่วงการศึกษากำหนดคือตามศักยภาพตัวนี้ชัดเจน แต่ในภาพของสังคมบั่นปลายสุดท้ายเขาก็อยากให้ลูกเขามั่นคง มีอาชีพได้ ดูตรงนี้แล้วสังคมส่วนหนึ่งคงนึกๆ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจัดการศึกษาในลักษณะนี้แล้วจะทำให้สำเร็จในชีวิตได้ ?

(ถามโดย : ครู  สพท.ศรีสะเกษ เขต 1)

ครูใหญ่ตอบ :  ผมก็ขอย้อยถามว่าที่จัดๆ กันอยู่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสำเร็จไหม คำถามนี้คือคำตอบ
ครูใหญ่ตอบเพิ่มเติม  :  
ผมไม่ได้บอกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ของเด็กที่นี้จะต้องออกไปแล้วประสบผลสำเร็จแบบนั้น  เกณฑ์การวัดความสำเร็จของเราไม่ใช้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้  แต่เกณฑ์การวัดความสำเร็จของเราคือ  เราพยายามที่จะยกระดับด้านจิตวิญญาณของเด็กๆ ให้เขาสามารถมีความสุขได้อย่างที่เป็น  ไม่ได้บอกว่าต้องมีอาชีพเป็นหมอ  มีบ้านหลังใหญ่ๆ มีรถสองคัน  มีที่ดินทำนาเยอะๆ จึงจะมีความสุข  แต่ต้องมีความสุขได้อย่างที่เป็นเขา  เกณฑ์นี้ดูเหมือนจะเป็นนามธรรมมากๆ แต่นามธรรมนี้คือสิ่งดี  จอห์น เอฟเคนเนดี้  เขาพูดว่าเราต้องการคนที่กล้าฝันในสิ่งที่ไม่เคยเป็น  เราเห็นการศึกษาทุกแง่มุม ทุกท่านรู้หมด ทะลุปรุโปร่งว่าดีไม่ดียังไง  แล้วทุกคนก็ปรารถนาให้มันดีขึ้น  สิ่งเดิมเราทำเรารู้แล้ว   ทำไมเราไม่ลองทำสิ่งใหม่อย่างกล้าหาญเพื่อสร้างตำนานก่อนเกษียร  ให้ทุกคนได้กล่าวขวัญว่าเราทำได้วิเศษมาก

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

เงื่อนไขการรับเด็กของลำปลายมาศพัฒนาเป็นอย่างไรบ้าง ?

(ถามโดย : ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ : ก่อนที่เด็กจะได้มาจับฉลากลและเขาเรียนที่นี้  เรามีเงื่อนไขว่าผู้ปกครองต้องรับ-ส่งเด็กได้  เราจะไม่ให้ที่นี้เป็นโรงเรียนประจำ  เรามองว่าโรงเรียนเป็นแค่ชีวิตจำลอง  แต่ของจริงนั้นอยู่บ้าน  ทุกครั้งที่เขาต้องเผชิญกับของจริงจะแก้ปัญหาและใช้ชีวิตแบบจริงๆ  กลับมาใช้ชีวิตแบบจำลองที่นี้เขาจะเห็น  และสุดท้ายตัวเขาจะเป็นคนเลือกว่าเขาต้องการแบบใหนและพอเติบโตไปจะใช้ชีวิตแบบไหน  โรงเรียนจริงๆ แล้วมีอิทธิพลต่อเด็กเพียง  20%  เราเรียนรู้นอกห้องเรียนมากกว่า  ในชั้นประถมเราจำอะไรได้บ้างที่ครูสอน  ในชั้นมัธยมเราจำอะไรได้บ้างในชั้นที่ครูสอน  สิ่งที่ท่านจำได้ผมมั้นใจสิ่งนั้นมันจะโยงกับความรู้สึกบางอย่างและเป็นสิ่งที่ดีงามด้วย
มีหลายอย่างที่เด็กๆ รุ่นต่อมาต้องการความจริง  แล้วคนที่มีความหวังที่จะบอกความจริงเด็กก็คือครู  เราสบายใจจริงเหรอที่มีแอปเปิ้ลให้กินตลอดปี  บ้านเราไม่ได้ปลูกแอปเปิ้ลแล้วมีตลอดปี  ตามแผงลอยในทุกที่มีหมด  ผลไม้ควรจะมีฤดูกาล  เราสบายใจจริงเหรอที่เดินเข้าปในห้างสรรพสินค้ามีสินค้ามากมายเต็มห้างสรรพสินค้า  แต่ทั้งหมดมาจากสิ่งเดียวคือข้าวโพด  เราสบายใจจริงเหรอที่เรามีปลานิล  ปลาที่อ้วนท้วนสมบูรณ์กินราคาถูกโดยที่มันไม่มีเพศ  เราสบายใจจริงเหรอที่ไก่ที่เรากินเลี้ยงเพียง  42  วัน  ทั้งที่ไก่จริง ๆ ควรเป็น 3  เดือนหรือ 6  เดือนจึงได้กิน  ก็มีหลายอย่างที่เราไม่รู้  แล้วกลายเป็นว่าเด็กถูกกระทำหรือเราถูกกระทำ   เราอยากได้เมล็ดพันธุ์อะไรสักอย่างเราต้องซื้อ  ซื้อแล้วเมล็ดพันธุ์เติบโตเป็นต้นเป็นผลแต่ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้  อยากได้อีกทีก็ซื้ออีกที  เราสบายใจแล้วเหรอน้ำมันที่อยู่ในดินมันควรจะเป็นของโลกแต่มีใครบางคนเจาะลงไปแล้วบอกว่ามันเป็นของฉันทั้งหมด  เราสบายใจแล้วเหรอที่น้ำอยู่บนฟ้าตกลงมาแล้วมีคนบอกว่านี้ของฉันทุกคนต้องขออนุญาต  สิ่งเหล่านี้มันเป็นความจริงที่ครูต้องถ่ายทอด

ปี 2557 ผู้สนับสนุนจะหยุดการช่วยเหลือโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาจะมีวิธีการช่วยเหลือตัวเองอย่างไร ?

(ถามโดย : ครูและบุคคลทั่วไป)



ครูใหญ่ตอบ :  ที่พอจะเห็นตอนนี้ก็พยายามทำสำนักพิมพ์  พิมพ์หนังสือจำหน่ายที่พิมพ์ออกมาแล้วก็มีหลายเล่ม  ปีนี้ก็จะออกอีกหลายเล่มเช่นกัน  ส่วนใหญ่ก็เป็นงานเกี่ยวกับนวัตกรรมที่ทำที่นี้แล้วได้ผล  และเราก็รับจัดอบรมให้กับองค์กร  หรือหน่วยงานต่างๆ  แต่เราไม่กังวล  เงินมีอยู่ดาษดื่น  ล่วงเข้าไปในกระเป๋าก็เจอแล้ว   แต่มันมีบางอย่างที่มันหาไม่ได้และเงินก็ซื้อไม่ได้ด้วยอใจระบบองมนุษย์สะสมพลีงงานไม่เกิน  ิญญาณ

ทำไม่เราต้องใช้คำว่านอกกะลา ?

(ถามโดย  :  ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ :  เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นบางอย่าง  เวลาเราถูกครอบด้วยอะไรบางอย่าง 
เด็กๆ เกิดมาก็ถูกครอบแล้ว  ถูกครอบด้วยพ่อแม่ที่มีอำนาจเหนือกว่า   
ถูกครอบด้วยความเชื่ออะไรบางอย่าง  
ถูกครอบด้วยสัญชาติ  
ถูกครอบด้วยศาสนาหรือถูกครอบด้วยกฎเกณฑ์ที่เรากำหนด 
เวลาเราถูกครอบมากๆ ก็จะทำให้ถูกตัดขาด  
เราจะอยู่เหมือนอยู่ในกะลามองเห็นแคบเพราะเราไม่กล้ามองนอกกะลา  เพราะเราถูกครอบด้วยความคิดของเรา 
พอเห็นแคบมันถูกบีบคั้น  
อึดอัดไม่เป็นอิสระ 
มันก็เป็นที่มาของความทุกข์ 
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราออกจากกะลา  ออกจากสิ่งที่ครอบเราจะรู้สึกว่าเปิดกว้างมาก  
หัวใจเราจะเปิดกว้างมากแล้วจะเกิดการเชื่อมโยง 
เราจะรู้สึกว่าพุทธกับอิสลามมีบางอย่างที่เชื่อมถึงกัน  พุทธกับคริสมีบางอย่างที่ดีงามเชื่อมโยงกัน  หรือไทยกับกัมพูชามีบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน  เห็นกว้างเป็นอิสระ  ใครก็ตามที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นอิสระเราจะมีความสุข  สามีภรรยาบางทีก็ครอบกันด้วยความเป็นเจ้าเขาเจ้าของ  ทั้งที่แท้จริงเราครอบครองกันไม่ได้  เราเกิดเพียงลำพังและตายเพียงลำพังอใจระบบองมนุษย์สะสมพลีงงานไม่เกิน  ิญญาณ
l
อานเพิ่มเติมได้ที่  www.lpmp.0rg  หรือ 
http://lamplaimatpattanaschool.blogspot.com/2010/08/blog-post.htm

แรงบันดาลใจที่ครูใหญ่วิเชียรมาทำโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ?



(ถามโดย  :  ครูและบุคคลทั่วไป) 

ครูใหญ่ตอบ :  ผมเป็นครูในราชการมาก่อน  เป็นครูผู้สอนห้าปี  ผู้บริหารอยู่ห้าปี  ตอนเป็นครูก็พยามทำเต็มที่ในชั้นเรียนตัวเอง  ตอนนั้นก็รู้สึกว่าถ้าเราเป็นครูใหญ่ก็คงทำอะไรได้มากขึ้น  ก็พยายามสอบครูใหญ่ ตอนอายุ  27  ปี ก็เลยสอบครูใหญ่ได้  ตอนเป็นครูใหญ่ก็อยู่ในหลายๆ โรงเรียนสลับไปสลับมาก็ทำอะไรได้มากพอสมควร  ตอนนั้นมีโครงการจะเปิดโรงเรียนนี้  เป้าหมายของโครงการคือทำโรงเรียนนี้ให้เป็นตัวอย่าง  ผมก็ไม่มีความคิดหรอกว่าจะต้องทำยังไง  แต่ผมรู้สึกว่าผมควรจะทำอะไรได้มากกว่านั้น  ซึ่งตอนที่ผมกำลังจะออกมาผมทำผลงานขอเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนคุณภาพรุ่นที่สองตอนนั้นอายุ  32  ปี  ถ้าพูดถึงความก้าวหน้าทางราชการก็ไม่ขี้เหร่  ระหว่างเป็นผู้บริหารหลังห้าปีที่ผมอยู่  ผมก็จะมีเพื่อนผู้บริหารที่เป็นรุ่นพี่  มีเพื่อนคนหนึ่งเกษียณอายุราชการ  บ้านเขาอยู่ใกล้เขื่อน  เวลาหน้าน้ำก็จะได้ปลาเขาก็จะชวนเราไปกินปลา  หลังจากที่เขาเกษียรไปลูกสองคนก็ไปเรียนที่กลุ่มเทพฯ  เขาก็อยู่กับภรรยานั่งรอลูก  คนอายุ  61  ปีนั่งรอลูกแล้วอยู่อย่างนั้นเจ็ดวัน  ผมรู้สึกว่าผมจะเกษียรเพื่อมาเป็นอย่างนี้เหรอ  ความหมายที่ผมคิดตลอดเวลาคือเรายังมีสิ่งที่สามารถทำได้มากกว่านี้  ผู้บริหารท่านนั้นยังมีสิ่งอื่นที่ทำได้มากกว่านี้  ก็เหมือนกันผู้บริหารท่านนั้นยังสามารถทำสิ่งอื่นที่สามารถทำได้มากกว่านี้ถ้าจะทำ  ดูเหมือนว่าผมจะเห็นอนาคตอยู่รำไรว่าผมคงเกษียรไปและอยู่อย่างงั้น  ภาพนั้นสะท้อนผมแรงมากจนผมเขียนเรื่องสั้นออกมาเรื่องหนึ่งชื่อ  ลูกชาย  ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี  นั้นคืออารมณ์ของคนเกษียรต้องรอใครสักคน  ซึ่งตามจริงแล้วเขาไม่จำเป็นต้องรอเขาสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น  เมื่อผมรู้สึกว่าผมรับไม่ได้เมื่อต้องเกษียรไปแล้วนั่งอยู่เฉยๆ แล้วผมถือว่าผมสามารถทำอะไรได้มากกว่าเสมอ  ผมก็ตัดสินใจสมัครมาที่นี้  ผมสมัครเป็นคนที่สาม  พอเขารับคัดเลือกผมก็ไม่ลังเลลาออกตอนนั้น   ซึ่งโรงเรียนรัฐที่อยู่ก็ดีมากทำอยู่ที่นั้นสามปี  เด็กๆ ครู ผู้ปกครองทุกคนร้องให้  ก็มีแค่นี้คือ  จริงๆ แล้วเราทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด
ทุกคนในที่นี้รู้หมดว่าปัญหาการศึกษาไทยเราเป็นยังไง  รู้ถึงไส้ถึงพุง  รู้ว่ามีปัญหา  รู้ว่ามันไม่ดี  รู้ว่ามันยังต่ำกว่าประเทศอื่นๆ แต่เราทำอะไร  เรารอให้ใครมาทำให้เรา  นี้คือสิ่งที่เราต้องคิด  ทุกคนก็เหลือเวลาในโลกนี้ไม่กี่ปี  ก็เท่านี้คือสิ่งที่คิดแรงบัลดาลใจ    

ในช่วงเวลาที่เหลือเราก็ทำอะไรสักอย่างให้มนุษยชาติ  ให้เด็กรุ่นต่อๆมา มันเป็นความตั้งใจจริงๆ ไม่ใช่พูดเสแสร้ง  ความตั้งใจผมก็แสดงออกมาอยู่แล้ว  แปดเก้าปีที่อยู่ที่นี้ผมไม่เคยละความพยายาม  แต่ละปีที่ท่านมาจะเห็นสิ่งที่เพิ่มพูนขึ้นเสมอ  ไม่มีคำว่าย่ำอยู่กับที่

อ่านเพิ่มเติมได้ที่หนังสือ  โรงเรียนนอกกะลา  ,ฅนบนต้นไม้  เขียนโดย  วิเชียร  ไชยบัง

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เด็กๆ ที่ลำปลายมาศพัฒนามีการบ้านหรือเปล่า ?

(ถามโดยครูและบุคคลทั่วไป)

ตอบ  :  การให้การบ้านเด็กนั้นที่ลำปลายมาศพัฒนาเรามีวัตถุประสงค์หลักที่สำคับคือ  ให้เพื่อฝึกความรับผิดชอบ  ส่วนทักษะต่างๆ เป็นเรื่องรอง  เพราะเราไม่ได้คาดหวังให้เกิดทักษะอะไรมากมายกับการบ้านไม่กี่ข้อ  ขอแค่ให้เขามีอะไรที่ต้องทำหลังจากกลับไปบ้าน และการบ้านก็ไม่ควรให้เยอะ  หรือใช้เวลาในการทำนานเกินไป  เพราะอาจจะทำให้เด็กเกิดอาการเบื่อที่จะทำ  เบื่อที่จะรับผิดชอบและเบื่อการเรียนรู้
          แต่การที่เด็กได้ไปมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ รอบตัว  ได้เล่นกับเพื่อน  ได้พูดคุยกับคนรอบข้าง  มันมีหลักสูตรซ้อนที่มีค่ามีความหมายต่อข้างในตัวเขามากกว่าสิ่งที่เราสอนเขาในห้องเรียนซะอีก

การจัดการเรียนการสอนของลำปลายมาศพัฒนาบอกว่าไม่ได้เน้นความรู้ แล้วมุ่งเน้นสิ่งใด ?

(ถามโดยครูและบุคคลทั่วไป)


ตอบ  :  การเรียนบูรณาการคือการหลอมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน  สิ่งที่เน้นไม่ใช้ความรู้  เพราะตัวความรู้เปลี่ยนทุกวัน  และสมองของคนเราไม่สามารถทำความรู้ทุกอย่างได้แน่นอน  ที่สำคัญสมองของคนเราถูกสร้างมาไว้เพื่อคิด  มากกว่าไว้เพือ่จำ  เราจึงต้องการที่จะ

พัฒยนาทักษะที่เป็นเครื่องมือที่สำัคัญสำหรับอนาคต  ได้แก่
  1. ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้  (Inquiry)  
  • การตั้งคำถาม 
  • สืบค้น
  • รวบรวมข้อมูล
  • จัดกระทำข้อมูล
  • วิเคราะห์ผล
  • สรุป
  • เขียนรายงาน
  • นำเสนอ
   2.  ทักษะการคิด   ทั้งการคิดระดับต้น  เป็นการคิดเชิงเหตุผล  (Logic)  ได้แก่  
                                                   การคิดวิเคราะห์
                                        การคิดสังเคราะห์  คิดมโนทัศน์
                                                   คิดวิจารณญาณ  

การคิดระดับสูง  ได้แก่  จินตนาการและคิดสร้างสรรค์
การคิดระดับสูงสุดได้แก่  การคิดเชิงอนาคตหรือวิสัยทัศน์

เพื่อพัฒนาให้เกิดทัศนคติที่ดีในการเรียนรู้  (เรียนรู้อย่างมีความสุข)

เพื่อความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง  และบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  หนังสือโรงเรียนอกกะลา  เขียนโดย  วิิเชียร  ไชยบัง