วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

เมื่อได้ครูแล้วการพัฒนาครูของลำปลายมาศพัฒนามีวิธีการอย่างไร ?

(ถามโดย  :  สพท.หนองบัวลำภู เขต 1)


ครูใหญ่ตอบ  :  การพัฒนาครูก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  แต่ต้องเป็นเรื่องหลักที่ผู้บริหารทุกคนต้องใส่ใจ  ไม่ใช้หน้าที่ของเขตพื้นที่โดยตรง  ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงโดยตรง  แต่เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องเป็นผู้นำที่ต้องชี้ทิศทางเรื่องเป้าหมาย  ชี้ทิศทางเรื่องทักษะ  ถ้าครูทุกคนสามารถมองเห็นทิศทางมองเห็นว่าหลังภูเขาเป็นอะไร  โรงเรียนนั้นก็จะไปได้
        มีหลายอย่างในการพัฒนาครู  จริงแล้วสิ่งที่เราทำสิ่งที่เราเห็นส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ทักษะ  ซึ่งถ้าจะให้พูดถึงเรื่องการพัฒนาครูเรื่องทักษะเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด  ทำได้รวดเร็วที่สุด  แต่ว่าเรื่องทักษะเหมือนกับการสอนให้คนไม่รู้จักคิด  เพราะเป็นการชี้นำวิธีทำเลย  แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราพัฒนาครูให้เห็นเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษา  มีจิตวิญญาณของความเป็นครู แค่ทำสองอย่างนี้ทักษะครูเขาจะไปขวนขวายหาเอง  อย่างกระตือรือร้น  อย่างมีความหมาย  อย่างใช้ประโยชน์ได้จริง  เพราะฉะนั้นการมุ่งไปสู่การพัฒนาจิตวิญญาณของครู  หรือการมองเห็นเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ  แต่เราต้องไม่ลดละ  เพราะเมื่อไหร่ที่เราได้ครูที่ดี  ดีคือจิตใจดี  เข้าใจเด็ก  เข้าใจความเป็นครู  เราจะได้เด็กทั้งห้องดี  แต่ถ้าเราได้ครูที่มีทักษะในการสอนเก่งหรือการออกแบบการเรียนการสอนเก่ง  ก็ไม่แน่ว่าเราจะได้เด็กทุกคน  ถ้าเราอยากได้เด็กทุกคนเราพัฒนาเรื่องจิตวิญญาณของครู

คัดเลือกครูอย่างไร ?

(ถามโดย  :  สพท.หนองบัวลำภู เขต 1)


ครูใหญ่ตอบ  :  คัดเลือกด้วยการสัมภาษณ์  คัดเลือกไม่สำคัญ  ไม่สำคัญด้วยประการทั้งปวงด้วยวิธีไหนก็ไม่ถือว่าดี  แม้แต่วิธีการสอบของรัฐก็ไม่ถือว่าดี  การสัมภาษณ์ของผมก็ไม่ถือว่าดี  เพราะขณะที่สัมภาษณ์คุยกันไม่กี่ประโยค  เห็นกันไม่กี่นาที  ไม่สามารถเข้าใจกันได้  ข้าราชการทดลองงานสองปี  แต่ขณะที่อยู่ด้วยกันสองปี ของเราทดลองงานหนึ่งปี  ในหนึ่งปีเราทำอะไร  ราให้ความสำคัญกับการพัฒนาจริงไหม  หรือส่งไปอยู่บางชั้นแล้วก็ให้เผชิญหน้ากับปัญหาเอง  ผ่านปีหนึ่งก็หยวนๆ ผ่านไป  ผ่านไปสองปีก็บรรจุให้  แล้วก็เผชิญชะตากรรมความเป็นครูเอาเอง  เราก็คาดหวังอะไรไม่ได้มากมันขึ้นอยู่กับความน่าจะเป็น  เพราะฉะนั้นมุมมองของผมการคัดเลือกจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่การพัฒนาเป็นเรื่องใหญ่

เริ่มต้นของการทำโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา คุณครูที่มาสามารถจัดการเรียนการสอนในแนวการบูรณาการได้เลยหรือไม่ แล้วถ้ายังไม่ได้มีวิธีการพัฒนาครูอย่างไร ?

(สพท.หนองบัวลำภู เขต 1)


ครูใหญ่ตอบ  :  ครูที่มาก็มาใหม่ทำอะไรก็ยังไม่เป็น  ผมก็ทำอะไรไม่เป็น  ตอนผมอยู่โรงเรียนรัฐก็ทำอะไรไม่เป็น  ตอนเป็นผู้บริหารโรงเรียนรัฐก็ทำอะไรไม่เป็น  เขาให้ทำอะไรก็ทำอย่างที่เขาให้ทำ  พอลาออกจากโรงเรียนของรัฐ  คือผมเป็นครูในราชการห้าปีก็ทำอะไรยังไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่  ทำเท่าที่เขาให้ทำ  พอเขามีโครงการทำโรงเรียนนี้มาสมัครเขารับก็ลาออก  มาเริ่มทำงานปีแรกยังไม่มีครู  ยังไม่มีสิ่งก่อสร้างเป็นที่ดินว่างเปล่า  จากที่ทำอะไรไม่เป็นพอให้เผชิญปัญหาใหม่  โจทย์มีข้อเดียวคือ  อยากได้โรงเรียนดีๆ อยากได้โรงเรียนที่เป็นตัวอย่าง  ก็มาเริ่มคิดที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง  ก็มานั่งดูเจตนารมของการปฏิรูปการศึกษารอบที่หนึ่ง  ซึ่งผมก็อยู่ในช่วงนั้นด้วย  มานั่งดู   พรบ.การศึกษาปี 42  มานั่งดูหลักสูตรเจตนารมของหลักสูตรชัดเจนมาก  เจตนารมของทุกอย่างชัดเจนมากที่ต้องการให้มีการจัดการเรียนการสอนเป็นแบบบูรณาการ  เจตนารมชัดเจนมากที่ต้องการให้มีการประเมินตามสภาพจริง  แต่ครูไม่ทำตามเจตนารมนั้น  ผมก็เลยเริ่มจากตรงนั้นแล้วก็มาคิดว่าจะทำยังไงที่จะให้ทำได้ดังเจตนารมซึ่งดี  ทำได้แล้วดีต่อเด็ก พอรับครูช่วงแรกมาก่อนหกเดือน  ผมก็พัฒนาครูเอง  ก็ไปดูที่นั้นที่นี้บ้าง  ก็หยิบเอาสิ่งที่มันเป็นของจริงไม่ใช้สิ่งที่เป็นของเทียมหลอกลวง  คือบางอย่างมันเป็นแค่ภาพลวงตามันไม่ใช้ของจริง
                     ปีแรกทำบูรณาการแต่เน้น storyline   ทำจริงๆ ล้มเหลวรู้สึกว่ามันไม่ได้ผล  ปีที่สองยังใช้แนวบูรณาการอยู่  ที่มันไม่ได้ผลเพราะเด็กไม่ได้ลงมือทำจริงๆ ก็เลยเอาบูรณาการโดยโครงงาน  ปีที่สามเราเข้าใจปัญหาการศึกษาคือคนมีความคิดอ่อนแอ  คนมีความคิดอ่อนแอคอยแต่จะทำตามความรู้  คำตอบที่มีคนอื่นคอยคิดให้   พอเห็นปัญหานี้ปีที่สามก็เลยบูรณาการด้วย  ใส่โครงงาน  ใส่การคิด  ซึ่งคิดหลากหลาย  ให้เด็กมีความสามารถในการคิด  แล้วปีที่สี่พอมันแน่นเราพูดถึงเรื่องการสอนที่มุ่งสู่ความเข้าใจเรามุ่งตัวที่ใหญ่กว่า  Backword design  ที่กระทรวงเริ่มทำปีที่แล้ว  มันเป็นส่วนหนึ่งของ  Teaching for Understanding  ซึ่งเราทำมาก่อนหน้านี้แล้วสีปี 
                    เพราะฉะนั้นรูปแบบการออกแบการเรียนรู้การออกแบบหน่วยพอหลักสูตร  51  ออกมามีแนวปฏิบัติที่ให้ทำมันจึงพอดีกับสิ่งที่เราทำ และมันหน้าสนใจมากตรงที่หลังจากที่เราทำมาจนถึงทุกวันนี้มันก็พอที่จะพบแสงสว่างว่าวิธีการที่เราทำอยู่นี้  เป้าหมายที่เราทำอยู่นี้มันชัดเจนขึ้นเรื่องการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาในรูปแบบของโรงเรียน  พอเราพูดถึงเรื่องการศึกษาเราอย่าคิดว่ามันมีเฉพาะรูปแบบของโรงเรียน  แต่ที่เราทำเฉพาะรูปแบบของโรงเรียน  มันเริ่มเห็นอะไรที่ชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างเข้าร่องเข้ารอย

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

วิธีสร้างให้คนเห็นคุณค่าในตัวเองลำปลายมาศพัฒนาทำอย่างไร ?

(ถามโดย  :  ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ  :  วิธีการสร้างคุณค่า
อย่าเปรียบเทียบเขา  เพราะเมื่อไหร่ที่เปรียบเทียบคนที่ถูกเปรียบเทียบว่าด้อยค่ากว่าจะรู้สึกว่าไร้ค่า  แล้วเวลาเปรียบเทียบจะมีคนชนะคนเดียวที่เหลือจะแพ้  และขณะเปรียบเทียบเราทำร้ายทั้งสองคนทั้งเปรียบเทียบที่ยอดเยี่ยมและขี้เหร่  ยอดเยี่ยมก็เพิ่มความอหังกาให้เขา  ขี้เหร่ก็ทำลายความรู้สึกดีต่อตัวเองให้เขา
ลดคำพูดด้านลบ  ฉายา  คำดุด่า  เราก็เป็นคนเราก็ไม่ต้องการให้ใครมาด่าเรา  เขาก็เป็นคนเขาก็ไม่ต้องการให้ใครมาด่าเขา
อย่าสร้างความกลัวอย่างไร้เหตุผล  เดี๋ยวเธอสอบตก  เดี๋ยวครูไม่ให้เลื่อนชั้น  นี้คือความกลัวอย่างไร้เหตุผล  ชีวิตเธอจะล้มเหลวถ้าไม่ตั้งใจเรียน
อย่าใช้ความรุ่นแรงเพราะเราไม่ใช่สัตว์  คนที่ใช้ความรุนแรงคือประเภทสัตว์ไม่ใช่คน
สร้างสิ่งเหล่านี้
                บรรยากาศการเรียนรู้  คำนี้กว้างแต่บรรยากาศการเรียนรู้มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าสิ่งแวดล้อม  อาคารสถานที่ก็คือ สัมพันธภาพที่ดี  เมื่อไหร่ที่ครูกับเด็กสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน  บรรยากาศการเรียนรู้จะเกิดขึ้นความเท่าเทียมจะเกิดขึ้น
                สร้างภาพพจน์ด้านบวก   (ยกตัวอย่างไมเคิล)  เกิดอะไรขึ้นกับเขา  เขาไม่ชอบตัวเองเพราะคนอื่นไม่ใช่เพราะตัวเขา  เพราะอยู่ๆ คนๆ หนึ่งจะลุกขึ้นมาไม่ชอบตัวเองเป็นไปไม่ได้  คนหนึ่งเกิดมาบนโลกมีคนปรามาสตลอดเวลา ดูถูก เย้ยหยันเหยียดหยันว่าด้อยค่าตลอดเวลาเขาจะรู้สึกอย่างไร
                ให้ความรัก  ให้พลัง  ยิ้ม  ชื่นชม  โอบกอด  ทุกท่านเป็นคนทำได้แน่นอน
มันไม่อยากอะไรเลยไม่ต้องไปอบรมที่ไหนไม่ต้องเอาทฤษฎีมาจับ  ไม่ต้องมีเทคนิคอะไร  ใช้ใจอาจารย์วัดเอา 

ห้องเรียนคุณภาพ คิดเชิงบวกโรงเรียนของรัฐมีมานานแล้วแต่ลงไปในการปฏิบัติยังไม่ได้ แต่พอมาดูของลำปลายมาศพัฒนาทึ่งมากในส่วนที่ท่านลงสู่การปฏิบัติ อยากถามว่าเราโรงเรียนรัฐอยากไปเริ่มต้นเหมือนที่นี้จะเริ่มอย่างไร ?

(ถามโดย  :  ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ  :  ให้เข้าใจชีวิต  บางที่เราอาจจะใช้เวลาตลอดชีวิตก็ได้แต่เราก็ยังไม่เข้าใจชีวิต  แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้ว่าเรามีชีวิตเพื่ออะไร  เราจำเป็นต้องตายนะ   เรารู้ว่าเรามีความหมาย  ถ้าเราเข้าใจชีวิตเราจะมองเห็นชีวิตเขาด้วย  เพราะว่าสุดท้ายรู้ไหมว่าเป้าหมายสูงสุดของชีวิตแต่ละคนจะเหมือนกันคือหาความสุข  แต่วิธีการหาความสุขของเราอ้อมไกล  โดยการพยายามตั้งใจเรียนให้เก่งสอบได้อันดับต้นๆ เข้าเรียนมหาลัยดังๆ เรียนคณะดีๆ แล้วได้งานที่ยอดเยี่ยม  ได้เงินเดือนสูงๆ มีทรัพย์สินเยอะๆ เพราะหวังว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เรามีความสุข  แต่สุดท้ายเชื่อไหมครับว่าคนที่ล้วงลงในกระเป๋าแล้วมีเงินเป็นปึกอาจจะไม่มีความสุขเท่าเราก็ได้  ถ้าเราเข้าใจตรงนี้เราจะมองเห็นชีวิตของแต่ละคนเด็กๆ ที่อยู่กับเรา  ผมดูหนังเรื่องหนึ่ง  เป็นเรื่องราวของอัจฉริยะคนหนึ่งเก่งทางคณิตศาสตร์มาก  แต่ไม่สามารถแสดงความเก่งนั้นออกมา  เขารับจ้างเป็นภารโรงในมหาลัย  มีอาจารย์คณิตศาสตร์ในมหาลัยได้รางวัลโนเบล  แล้วเขาก็เขียนโจทย์คณิตศาสตร์ให้นักศึกษาที่เรียนกับเขา  โจทย์ข้อนั้นไม่มีนักศึกษาคนใดทำได้เลยแต่ภารโรงคนนี้ทำได้  แต่เข้าจะปกปิดตัวเองไม่บอกใคร  อาจารย์ท่านนั้นก็สืบรู้ว่าคือใคร  แต่รู้ไหมว่าสิ่งที่เขาทำคืออะไรทุกครั้งที่มีคนเข้าไปหาเขาเขาจะปฏิเสธก่อน  มีคนเสนอสิ่งดีให้อาจารย์ท่านนี้เสนอสิ่งดีให้มาเรียนกับเขา  มีคนเสนองานให้เขาก็ปฏิเสธ  มีผู้หญิงมารักเขาก็ปฏิเสธก่อน  แต่ในเรื่องนั้นผู้ชายคนนี้ถูกทำร้ายตอนเด็กๆ ด้วยพ่อเลี้ยง  วิธีทำร้ายของพ่อเลี้ยงพอเมามาก็จะวางของไว้บนโต๊ะ  มีประแจปากตาย  ไม้เรียว  เข็มขัด  ให้เขาเลือกว่าจะถูกทำโทษด้วยสิ่งใด  ทุกครั้งเขาจะเลือกประแจปากตาย  สิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเขาโตขึ้นคือ  เขาจะปฏิเสธคน  ปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขาเพื่อปกป้องพื้นที่ปลอดภัยนั้นเอง  นั้นหมายความว่าความสามารถศักยภาพที่พิเศษของเขาไม่ได้ถูกใช้เลย  ไม่มีความหมายเลยเพราะ  การมีชีวิตของเขาคือการปกป้องพื้นที่ส่วนตัว  เป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ที่ความเลิศเลอ  เด็กที่มาอยู่กับเราทุกคนเชื่อไหมว่าเขาไม่ได้อยากมา  ทั้งหมดไม่ได้อยากมา  แต่ด้วยระบบบังคับให้เขามา  ด้วยเงื่อนไขความคาดหวังบังคับให้เขามา  เมื่อเขาไม่ได้อยากมากับเรา  สิ่งที่เราทำกับเขา  กลับทำอยู่บนพื้นฐานที่เราต้องการอีกครั้งหนึ่ง  โดยที่ไม่เคยสนใจเลยว่าเขาจะมีความรู้สึกนึกคิดยังไง  โดยมีความฝันความปรารถนายังไง  พอเราหวังอะไรเราก็ใส่เข้าไปด้วยวิธีการของเรา  กลายเป็นว่าวิธีปฏิบัติของเรากับเขาไม่ได้ตรงกัน  ความทุกข์เกิดขึ้นคนประสบผลสำเร็จก็มีน้อย  น้อยลง  กลายเป็นทำร้ายเขามากขึ้น  วิธีที่ทำได้ที่จริงง่ายมากเลยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือไม่ต้องไปอบรมที่ไหนเพราะมันอยู่ในใจเราทุกคนอยู่แล้ว  ให้ทุกคนมีคุณค่าสมกับที่เขาเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับเรา  ถ้าสามารถให้เด็กทุกคนรู้สึกได้ว่าเขามีคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่ากับเรานั้นท่าทำได้ยอดเยี่ยมมาก 

คล้ายๆ ว่าลำปลายมาศพัฒนาจะสร้างมนุษย์ให้มีความเท่าเทียมกัน นักเรียนมาจากไหน ถ้ารับมากหว่านี้ได้ไหม?

(ถามโดย : ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ  :  ไม่เชิงว่าเท่ากันแบบนั้นแต่ต้องการตัดเสื้อให้พอดีตัว  ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องได้เสื้อตัวเท่ากัน  การที่เรารับเด็กเท่านี้เพราะเรามีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ  เราต้องหาเงิน  เราให้เด็กเรียนฟรี  32  คน/ห้อง  ก็ต้องการให้เห็นว่ามันเป็นไปได้  ไม่ใช้จะเป็นไปได้ต้อง  15  หรือ  20  เด็กเรา  70%  เป็นลูกชาวไร่ชาวนาอยู่กับตายาย เด็กประมาณ 40 คน  ไม่มีพ่อแม่อยู่กับคนอื่น

โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาและโรงเรียนอื่นๆ ได้มาทำกิจกรรมร่วมกันบ้างหรือเปล่า ?

(ถามโดย :  ครูและบุคคลทั่วไป)


ครูใหญ่ตอบ :  ก็มีบ้างแต่ไม่เยอะ  เราเคยไปร่วมกิจกรรมกีฬากลุ่มครั้งหนึ่งเขตจัด  ช่วงสองเดือนนั้นเราเสียกระบวนท้าหมดเลย นัดแข่งสิบโมง  เราก็ไปสิบโมงแต่ได้แข่งจริงๆ บ่ายสองเด็กทั้งห้องก็จะไม่ได้เรียน  มันกลายเป็นว่าสิ่งที่ไร้สาระมากเกินไป เวลาจับจริงๆ ก็ได้แต่ขนไม่ได้แก่นมัน  อย่างการประกวดประชันความสามารถของเด็กเหมือนกัน  แก่นมันดีมากก็คือ  ให้สร้างบรรยากาศที่จะกระตือรือร้นที่จะยกระดับศักยภาพทางวิชาการ  แต่เราไปติดที่รางวัล  ติดที่ชัยชนะ  ติดที่ชื่อเสียงที่จะได้กับครู  ซึ่งเป็นขนมันทั้งนั้น  คุณครูแทนที่จะได้สอนเด็กในช่วงนั้นกลับมานั่งติวเด็กมานั่งซ้อมเด็กเพื่อจะเข้าไปประกวดประชันแข่งขันและสุดท้ายสิ่งที่มีค่าก็สูญไปได้สิ่งที่ไม่มีค่ามาแทน  ไม่ใช่เรารังเกียจเรายินดีมาก  เพราะถ้าเราโรงเรียนอื่นจะมาเราก็พร้อมทำ  บางทีเขาไม่มาเราก็เชิญไป  ช่วงปิดภาคเรียนเดือนตุลาคมเด็กๆ ก็ปิดครูเรายังอยู่ต่อก็เชิญชวนนักเรียนทั่วประเทศมาอยู่กับเราก็มีมาเยอะทั่วทุกภาค  ก็พยายามมองอะไรที่มันเอาแก่นสารมากกว่า